รูปหล่อพิมพ์นิยม หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
รูปหล่อพิมพ์นิยม หลวงพ่อเงิน วัดบางคลานได้รับความนิยมสูงสุดเพราะจำนวนพระมีน้อยและหายากกว่าพิมพ์ขี้ตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพิมพ์สวยงามกว่าพิมพ์ขี้ตา องค์พระจะอวบอิ่ม พิมพ์นิยมเป็นพระเทหล่อแบบช่อโดยต่อสายนำน้ำโลหะเข้าทางใต้ฐาน เมื่อโลหะเย็นตัวลงจึงตัดก้านชนวนใต้ฐานจึงมีรอยแต่งตะไบทุกองค์และในส่วนที่สำคัญเช่นหน้าผาก โหนกแก้มจะมีความนูนอย่างชัดเจน ริ้วจีวรจะคมชัดอ่อนช้อย เนื้อทองเหลืองผสมซึ่งอายุ 100 ปีขึ้นจะมีประกายสุกสว่างไม่ซีดหม่นและผิวพระจะปรากฎรูพรุนคล้ายตามดซึ่งเป็นธรรมชาติที่เกิดจากการหล่อแบบช่อแม่พิมพ์
รูปหล่อพิมพ์นิยม หลวงพ่อเงิน
วัดบางคลาน แบ่งออกเป็น 2 พิมพ์ คือ 1.พิมพ์นิยม Aไม่มีมือรองนั่ง
2.พิมพ์นิยม B มีมือรองนั่ง
(มือที่ประสานมีเส้นนูนรองอีกเส้นหนึ่ง) ซึ่งจุดพิจารณาของพิมพ์นิยมไม่มีมือรองนั่งด้านหน้าคือ
1. ศีรษะด้านบนกลมมน 2.
เปลือกตายื่นออกมาเหมือนหมวกแก๊ป 3.
เนื้อหน้าอกด้านขวามีกล้ามเนื้อนูนเต่งไม่แบนราบ 4. สังเกตุการวางมือซ้ายขวา
ปลายมือทั้งสองไม่จรดเชื่อมต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกันและไม่ปรากฎนิ้วชี้รองรับ
(บางองค์อาจเห็นลางๆ)
5. มีเนื้อนูนย้อยใต้ข้อมือขวา 6. เส้นขอบสังฆาฏิช่วงกลางมีรอยคอดเว้าเล็กน้อย 7. ที่ปลายสังฆาฏิจะเว้าเข้าในทั้งสองมุม 8.ริ้วจีวรฝั่งซ้ายเส้นคมชัด อ่อนพริ้วลงมา 9.ในริ้วจีวรด้านตรงปลายด้านซ้ายมือของหลวงพ่อ ที่ติดกับข้อมือซ้าย ชายจีวรจะแยกเป็น 2 เส้นเรียงไม่ติดกัน 10. ตรงริ้วจีวรปลายเท้าซ้ายของหลวงพ่อจะมีเนื้อเกินนูนขึ้นมา และ 11. ปลายเท้าซ้ายเรียวอ่อนพลิ้ว ส่วนทางด้านหลังนั้นมีจุดพิจารณาคือ 1. เส้นจีวรจะนูนชัดสวยงามไม่หนา ได้สัดส่วน(ของปลอมมักจะหนา) 2. จะมีติ่งเนื้อติดกับสังฆาฎิ ทั้งหมดนี้ถือเป็นจุดสังเกตุที่สำคัญของพิมพ์นิยม
มีบันทึกวิธีการสร้างพระหลวงพ่อเงิน
(จากหนังสืออนุสรณ์งานศพคุณสุจิตรา แสงเดือนซึ่งเป็นหลานคุณยายวัน สุทัศน์ ณ
อยุธยา) ว่า การหล่อพระหลวงพ่อเงินนั้น
จะทำรูปปั้นขี้ผึ้งขึ้นมาหลังจากแก้ไขพิมพ์จนพอใจแล้วจึงนำมาถอดแบบสร้างแม่พิมพ์ด้วยตะกั่วแข็ง
แม่พิมพ์ที่ได้มาเพื่อจำลองหุ่นเทียนซึ่งมีส่วนผสมระหว่างขี้ผึ้งและชัน
และเมื่อขี้ผึ้งแข็งตัวก็จะถอดแม่พิมพ์นำมาแต่งหุ่นเทียนอีกครั้งอันเป็นสาเหตุที่ทำให้พระหล่อมีลักษณะต่างกัน
เมื่อได้หุ่นเทียนตามต้องการแล้วจะติดแท่งเทียนกลมๆ
เข้าที่ฐานเพื่อทำเป็นสายชนวนให้ทองที่เทเข้าสู่หุ่นขี้ผึ้งได้สะดวก จากนั้น
ก็นำหุ่นขี้ผึ้งทั้งหมดมาติดกับแกนชนวนตัวแม่ ซึ่งมีความหนาและใหญ่เป็นพิเศษ
เพื่อเป็นทางให้น้ำทองแล่นถึงหุ่นพระ
จากนั้นนำน้ำมูลโคมาทาพอกหุ่นพระหลายครั้งและใช้ดินผสมทรายหยาบพอกทับเข้าไปและใช้ลวดพันทับเพื่อไม่ให้หุ่นเทียนแตกและทาดินพอกอีกก่อนนำไปตากแห้ง
เมื่อหุ่นแห้ง
ก็จะนำหุ่นไปสำรอกขี้ผึ้งโดยความร้อนซึ่งต้องใช้ความชำนาญเพื่อสำรอกขี้ผึ้งออกให้หมดไม่อย่างนั้นในพิมพ์องค์พระจะเกิดรอยขรุขระขึ้น
จากนั้นถึงเททองลงในช่อผ่านไปตามชนวนเข้าสู่หุ่นองค์พระทุกซอกทุกมุมแล้วปล่อยให้เย็นก่อนจะนำมาทุบดินหุ่นเอาพระภายในออกมาเพื่อตัดเดือยชนวนแล้วนำมาแต่งตะไบต่อไป
ด้วยเหตุที่เนื้อองค์พระซึ่งเป็นเนื้อทองเหลืองผสม
และหล่อมาเป็นช่อ
ตามซอกองค์พระมักจะมีคราบขี้เบ้าสีออกน้ำตาลอันเป็นสีสนิมที่เกิดจากธรรมชาติ
สิ่งที่สำคัญยิ่งคือด้วยความเก่าตามอายุของเนื้อทองเหลืองผสมสีจะออกเหลืองอมเขียว
หรือเหลืองทองเข้มสุกใส
และเมื่อส่องไล่ดูจะเห็นเม็ดดินสีดำเล็กๆฝังอยู่ตามผิวองค์พระอันเกิดจากเทหล่อด้วยดินไทยนั่นเอง
นอกจากสร้างจากเนื้อทองเหลืองผสมแล้ว ยังปรากฏการสร้างเป็นเนื้อเงินอีกจำนวนหนึ่งด้วย
ฉะนั้น
ประการสำคัญที่สุดคือต้องแม่นพิมพ์ จำเนื้อให้ได้ เพราะอายุของพระจนถึงปัจจุบันก็
100 ปีแล้ว หรือศึกษาเทียบเคียงองค์พระหลายองค์จากแหล่งหนังสือที่เชื่อถือได้
สังเกตหาจุดที่เหมือนกันเพื่อเป็นจุดสังเกตของพิมพ์เฉพาะตัวเราเอง


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น