พระสมเด็จวัดระฆัง บรรจุกรุวัดสะตือ พุทธไสยาสน์

พระสมเด็จในความหมายของบรรดาเซียนพระนั้นก็คือ เป็นพระสี่เหลี่ยมชิ้นฟัก สร้างจากปูนเปลือกหอย ผสมผงกฤติยาวิเศษและมวลสารต่างๆ ซึ่งผู้สร้างก็คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า สมเด็จโต

สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )ตั้งแต่ปลดภาระการวัดการสอนให้หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์แล้ว ส่วนตัวท่านก็ไปธุดงค์ กับการทำพระพิมพ์ คอยดูให้คนโขลกปูนเพชรและนั่งพิมพ์พระไป บางทีก็ไปเยี่ยมป่าช้าวัดสระเกศ เช้าก็บิณฑบาต ได้อะไรก็ฉันไปพลาง บางทีเที่ยวสะพายบาตรไป ใครใส่เวลาไหน ท่านก็ฉันฉลองศรัทธาเวลานั้น บางทีก็ไปนั่งในโลหะปราสาทวัดราชนัดดาราม ไปคุยกับหลวงพ่อรัต วัดเทพธิดารามบ้าง แล้วถูกคอ บางทีไปดูช่างเขียนประวัติของท่านที่ผนังโบสถ์วัดบางขุนพรหมใน ดูให้ช่างก่อพระโต ก่อขึ้นไปถึงพระโสณี (ตะโพก) ถึงหน้าขึ้นพระพุทธบาท สระบุรี ก็ขึ้นนมัสการพระพุทธบาทเสมอทุกปี จนชาวลพบุรี สระบุรีเคารพศรัทธานับถือ เอาน้ำล้างเท้าท่านไปเก็บไว้รักษาฝีดาษดีนัก จนตลอดมาถึงพระโตวัดเกตุไชโย อ่างทองก็ศักดิ์สิทธิ์ ในการรดน้ำมนต์รักษาฝีดาษดี ชาวเมืองอ่างทองนับถือมากจนตราบเท่าทุกวันนี้



พระสมเด็จวัดระฆังฯ กรุวัดสะตือเป็นพระที่บรรจุในองค์พระพุทธไสยาสน์ และพระเจดีย์ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2414 ก่อนที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) จะมรณภาพ 1 ปี สร้างเพื่อระลึกถึงโยมมารดาของท่านเอง โดยเจ้าประคุณท่านได้มาทำการก่อสร้างพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางพุทธไสยาสน์ ณ หมู่บ้านที่ถือกำเนิดที่วัดท่างาม ปัจจุบันคือ วัดสะตือ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งพระนอนใหญ่มีขนาด ยาว 52 เมตร กว้าง 9 เมตร สูง 16 เมตร องค์พระโปร่ง



พระสมเด็จกรุวัดสะตือถูกค้นพบเมื่อ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาปิดทองพระนอนวัดสะตือซึ่งเวลานั้นพระนอนอยู่ในสภาพทรุดโทรมมากจึงบัญชาการให้กรมโยธาเทศบาลได้จัดการปฏิสังขรณ์พระนอนใหม่เมื่อ พ.ศ. 2499 จึงได้พบพระสมเด็จพิมพ์ต่างๆ บรรจุอยู่


              

 นี่คือปฐมบทแห่งการค้นพบพระสมเด็จวัดระฆัง บรรจุกรุวัดสะตือที่มีหลักฐานอ้างอิงมากมายยืนยันว่าเป็นพระที่สร้างทันยุคสมเด็จโตในปี พศ 2414 ก่อนที่ท่านจะมรณภาพในปีถัดมา

*** จากคอลัมน์ “เซียนสมเด็จ”  ฉบับมกราคม 2560

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม